แพรรี่ ด็อก



หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นขื่อเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้มากนัก แต่เจ้า แพรรี่ ด็อก กำลังเป็นที่ฮิตสำหรับคนต้องการมีสัตว์เลี้ยงที่แปลกใหม่แสนน่ารัก แพรรี่ด็อกเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ในตระกูลกระรอก สัตว์ป่าที่สามารถเรียนรู้จนสามารถยกระดับกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนซน

บางคนเรียกว่า กระรอกหมา มีถิ่นกำเนิดบริเวณแถบทุ่งหญ้าแพรี่ทางตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ และปัจจุบันพบมากในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูลสัตว์ฟันแทะ เช่นเดียวกับ พวกกระรอก กระต่าย และหนู

ลักษณะเด่นเฉพาะสำหรับ แพรรี่ ด็อก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แพรรี่ ด็อก
แพรรี่ ด็อก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ตามที่หลายคนเรียกกันว่ากระรอกหมา เนื่องจากมีเสียงเห่าคล้ายกับสุนัขตัวเล็กๆ เสียงที่แหลมเล็กนี้มีไว้เพื่อป้องกันศัตรู นอกจากนี้ความโดดเด่นของสีขนก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งเช่นกัน โดยธรรมชาติจะมีขนสีน้ำตาลทอง ปลายหางมีสีดำ (หางยาว 3-4 นิ้ว) เท้ามีสีครีม

ขนาดตัวไม่ใหญ่มากนักแต่พอโตขึ้นจะมีลำตัวอ้วนกลม เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม รูปร่างของมันคล้ายกระรอกซึ่งมีให้เห็นได้ในไทย มีใบหูเล็ก ดวงตากลมโต ฟันแข็งแรง ขาคู่หน้าจะมีเล็บที่แหลมคม และแข็งแรงมีหน้าที่ขุดคุ้ยดินเพื่อหาอาหาร เจ้าแพรี่กินทั้งพืขและแมลง เช่นหญ้า เมล็ดทานตะวัน วอลนัต หนอน แมลงตัวเล็ก

ซึ่งวิธีการเลี้ยงนั้นก็ไม่ได้อยากเลย แพรรีด็อกถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงง่าย แข็งแรง หากได้รับการ ดูแลดีก็จะไม่ป่วยเป็นอะไรง่ายๆ ทั้งยังเป็นสัตว์เชื่องกับเจ้าของและ สมาชิกในบ้านแรกๆ อาจตื่นกลัวและใช้เวลาในการปรับตัวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็วและฉลาด สามารถจำชื่อของตัวเองได้ ภายในเวลาสั้นๆ และส่งเสียงร้องขานรับได้อีกด้วย แต่ไม่เชื่องกับ คนแปลกหน้าและคนที่ไม่คุ้นเคย หากเอามือไปจับก็อาจโดนกัดได้

เมื่อนำแพรรีด็อกมาเลี้ยงใหม่ๆ จำเป็นจะต้องพาไปพบ สัตวแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิ แพรรีด็อกที่อายุเกิน 4 เดือน ควรให้แพทย์ฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำมาฉีดซ้ำตามที่สัตวแพทย์นัด อีกครั้งหลังจากได้รับเข็มแรกไปแล้วราว 1 – 3 เดือน หลังจากนั้นจึงนำมาฉีด ปีละครั้งเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป เพื่อความปลอดภัยของตัวสัตว์เลี้ยง 

แมวพันธุ์เบงกอล (Bengal House Cat)

เครดิต : gclub